Tor's profileเปลี่ยว..!PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 23

    evolution

    สมัยมัธยมเคยเรียนวิชาชีวะ ได้ยินชื่อของตา ชาร์ล ดาวิน อยู่บ่อยๆว่าพี่แกคิดค้นทฤษฎีวิวัฒนาการ
    สัตว์ต่างๆล้วนวิวัฒนาการเพื่อให้อยู่รอดได้ในสังคม อย่างยีราฟบรรพบุรุษคอสั้นนิดนึง แต่ก้อวิวัฒนาจนมีคอยาวเพื้อยเพื่อจะได้หาอาหารในที่สูงๆได้
    เรียนมาผ่านตั้งกี่ปีก้อจำได้อยู่เเค่นี้เอง
     
    เมื่อคืนก่อนหมาพุดเดิ้ลที่บ้าน มีชื่อกลางว่า "กำไล" ซึ่งเรามักเติมชื่อต้นให้มันเสมอว่า "อี" เรียกว่าเติมเอาเท่ห์จะได้เหมือนฝรั่งที่มีชื่อต้น ชื่อกลาง
    หลังจากลาเอาขนมสาลี่ที่ไว้เจ้าที่วันก่อน กะว่าจะเอามากินซะหน่อย เหลือบไปดูวันหมดอายุ อ่าวหมดวันนี้พอดี
    เข้าทาง "อี กำไล" ที่คอยท่ามองตาเยิ้มมาเชียว หลังจากกินเสร็จสรรพจนอิ่ม ก้อเห็นมันทำท่าประหลาด เอาหัวถูพื้น ไถไปทางกองขนม ทำจมูกฟุตฟิตๆ
    เราก้องงมันทำไรของมันว่า พ่อก้อเลยตอบโชว์ภูมิว่า "สัญชาตญาน" (หง่ะ อะไรวะงง) พ่ออธิบายต่อไปว่า
    "หมาเวลามันกินอิ่มแล้วมีอาหารเหลือ มันจะขุดหลุมฝังเอาไว้กินวันหน้า" ถึงบางอ้อเลยทีนี้ ที่แท้ "อี กำไล" ก้อคิดที่จะเอาขนมที่เหลือฝังดินไว้นั่นเอง
    แต่มันคงลืมไปว่าที่มันไม่ใช่พื้นดิน พื้นปูนพื้นกระเบื้องอย่างงี้ถูไปเถอะ ยังไงก้อกลบไม่ได้
     
    เมื่อตอนเย็นดูสะเก็ดข่าว ชาวนาภาคอีสานเจอปัญหานกมากินข้าวเสียหาย ก้อหาวิธีต่างๆนานามาไล่นก
    ใช้วิธีไก่กาเเบบสมัยโบราณ เอาหุ่นไล่กามาตั้งไว้นกมันก้อจับทางได้รู้ว่าไม่ใช่คนจริงก้อไม่กลัวแล้วทีนี้
    เดือดร้อนต้องหาวิธีใหม่ เอาเชื่อกมาขึงเอาถุงพลาสติกมาแขวนเป็นแนว นกก้อกลัวอยู่พักนึง แล้วก้อจับไต๋ชาวนาได้อีก
    เปลี่ยนใหม่ทีนี้ เอาปี๊บมาแขวนดึงให้เสียงดังเวลานกมา แรกๆก้อๆได้เรื่องหลังก้อเหมือนเดิม
    ยังๆ พี่เค้ายังไม่ละความพยายาม ทีนี้นั่งเฝ้ากันเลยพอนกลงมากัดกินข้าวเมื่อไหร่ พี่แกก้อเอาหนังสติกไล่ยิง วิธีนี้ได้ผลแต่เหนื่อยต้องมาคอยเฝ้า
    สุดท้ายทุกวันนี้เลยใช้วิธีจุดปะทัดแล้วโยนเข้าใส่ มาเมื่อไหร่เอาปะทัดไปรับประทาน วิธีนี้ได้ผลเพราะเสียงปะทัดมันดังน่ากลัวนกเลยบินหนี
    แต่ก้อไม่รู้ว่าจะใช้ได้นานแค่ไหน พอนกรู้ทันเมื่อไหร่ก้อคงได้เปลี่ยนวิธีกันอีก
    พอข่าวจบแซวเล่นกับพ่อว่านกสมัยก่อนนี้โง่เนอะแค่หุ่นไล่กาก้อหลอกได้
     
    สัตว์มีวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ลำบากก้อต้องดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอด ต้องพัฒนาต้องคิดอยู่ตลอดเวลา
    เหมือนนกที่อยู่ในนาข้าวที่ต้องพยายามหากิน สมอของมันก้อจึงเรียนรู้แยกแยะออกจนรู้ทันคนเรียกว่ามีวิวัฒนาการ
    ต่างกับอีกำไลที่เป็นหมาอยู่กับบ้าน ถูกคนเอามาเลี้ยง ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ อยู่แบบสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ถึงเวลาก้อมีคนเอามาให้กิน สมองก้อเลยไม่พัฒนา
    เรียกว่าไม่มีวิวัฒนาการ โง่อย่างไรก้อโง่อย่างนั้น คิดทำสิ่งต่างๆโดยใช้สัญชาตญานล้วนๆ นกยังแยกแยะได้ว่าอันไหนคนจริงอันไหนหุ่นหรือถุงพลาสติก
    แต่กำไลพื้นปูนกับพื้นดินยังแยกกันไม่ออก
     
    เรียนมาตั้งนานพึ่งจะเห็นกะตาก้อวันนี้ แหม ตาชาร์ลนี่แก่ก้อเก่งเนอะคิดออกได้ไง
    ว่าแต่สุดท้ายตกลงเป็นไปตามทฤษฎีของตาชาร์ลหรือว่าเป็นเพราเราเลี้ยงหมาให้มันโง่เองหว่า......55
    October 20

    dream

    ฝัน.....ฉันฝันไปเห็นมดตัวเท่าช้าง
    ฝัน.....ฉันฝันไปเห็นช้างตัวเท่ามด
    ฝัน.....ฉันฝันเห็นมดและช้าง มดและช้าง มดและช้าง
    ฝัน.....ฉันฝันเห็นทั้งช้างและมด ช้างและมด ช้างและมด
     
    ช้าง.....ช้าง....ทำไมช้างตัวเล็กเท่ามด
    มด......มด.....ทำไมมดตัวใหญ่เท่าช้าง
    เอ๊ะ.....เอ๊ะ.....หรือช้างจะตัวเท่ามด
    เอ๊ะ.....เอ๊ะ.....หรือมดตัวเท่ากับช้าง
     
    มดกับช้าง ช้างกับมด
    ตัวเท่ากันหมดทั้งมดและช้าง............
    October 13

    Once upon a time in Egypt :Episode2

    เวลาจำไม่ได้แต่จำได้ว่าเช้าแล้วที่คูเวต
    5 ตุลาคม
    ตื่นมาสลึมสลือ แอร์หน้าตาแขกพิกลเอาผ้าร้อนมาเสริฟ ทรมานสุดๆ นอนไม่หลับเลย
    เสียดายจริงๆที่นั่งคูเวตแอร์แม่งไม่เสริฟแอลกอฮอล์ เซ็งเป็ด ไม่งั้นถ้าได้ไวน์ซักนิดคงหลับสนิทน่าดู
    ซักพักแอร์เริ่มเสริฟมื้อเช้า บอกได้คำเดียวว่า "แดกไม่ได้เลย"
    "คนไทยรึป่าวครับ" คนนั่งข้างๆทัก (อ่าวเฮ้ยสงสัยเมื่อคืนจะมึนเบียร์เลยไม่ทันสังเกตุว่าที่นั่งข้างๆคนไทย)
    "ใช่ ครับคนไทย" ตอบไปตามารยาท "พี่จะไปไหนหรอครับ" "ไปอียิปต์อ่ะมาต่อเครื่องที่คูเวต" "แล้วน้องไปไหนหรอ"
    "ผมจะไปเรียนต่อที่เยอรมันครับ" "มาคนเดียวเลยหรอไม่มีใครมาส่งเลย" "ที่บ้านมาส่งที่สนามบินครับ เนี่ยซักเริ่มปอดๆแล้วเนี่ยพี่"
    "เฮ้ย เปลี่ยนใจไม่ทันแล้ว เอาหน้ามาถึงนี่แล้วยังไงก้อต้องสู้สิน่า" "ครับๆ" (เด็กหนุ่มตอบหน้าตาเศร้าๆ)
    ครู่ใหญ่เครื่องจอดที่คูเวต ลงมาจากเครื่องไอ้น้องนั่นก้อเดินเอ๋อๆเข้าใจว่าคงไปหาต่อเครื่อง น่าสงสารจริงๆ
     
    หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการนั่งเครื่องมาหลายชั่วโมง เราก้อต้องมานั่งเก้อรอเปลี่ยนเครื่องอีกสองชั่วโมงเพื่อจะไปลงอเล็กซานเดรีย
    ไม่นานเครื่องบินของเราก้อมาถึง มองเห็นจากเกต เอ๋ นี่มันเครื่องเล็กนี่หว่า
    หลังจากขึ้นเครื่องเสร็จสรรพพี่แขกก้อเสริฟอีกแล้วว จะให้กินไปถึงไหน้
    บินไปสองชั่วโมงกว่ากัปตัน อิซมาอิล ก้อพาเรามาถึงสนามบินอเล็กซานเดรีย "Cabin crew we have a landing......"
    เครื่องลดระดับตามปกติ แต่ไอ้ที่ไม่ปกติก้อเห็นจะเป็นตัวเครื่องดูเอียงพิกล ไม่รุ้เพราะลงเร็วหรือมันเอียง
    ทันทีที่ล้อแตะพื้นเครื่องก้อเด้งลอยขึ้นอีกหน เล่นเอาเสียวท้องน้อยฉิบ
    อย่ากระนั้นเลยอาราธนาหลวงพ่อช่วยลูกช้างด้วย "อิติสุขะโต นะโมพุทธายะ ปฐวีคงคา นะมามิหัง"
    ล้อแตะพื้นอีกทีดันลงมาทีละข้างไม่พร้อมกัน ซ้ายแตะก่อนซักห้าวินาทีขวาก้อตามาติดๆ
    ยอมรับตามตรงตอนลอยกลับขึ้นไป นึกภาพวันทูโกลอยมาลางๆ
    เสียวนี้อีกนาน เสียวนี้ไม่ลืม
     
     
     
     
    October 12

    Once upon a time in Egypt :episode1

    หลังจากการเดินทางสิ้นสุดลง ก็ถึงเวลาที่เราได้มองย้อนกลับไปในความทรงจำ
     
    24:00
    4 ตุลาคม 2550
    เฮ้อ อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าเคาน์เตอร์เช็คอินจะเปิด โทรหาใครก้อไม่มีใครอยู่เรย
    โทรหาไอ้เต้ดูดิ๊ "กูออกชิพตอนเที่ยงคืนครึ่งหว่ะ" "แหร่ม ไปหาไรแดกกัน"
     
    พอเช็คอินเสร็จสรรพ ไอ้เต้มาพอดี ผ่านตม. เข้าไปข้างในซื้อน้ำหอมตามใบสั่ง เรียบร้อยโรงเรียนคิงพาวเวอร์
    เกตไรวะ อ่อ D6 โอ่เครื่องออกตีสาม ไปหาไรกินก่อนดีก่า
    มาลงเอยที่ร้านพิซ่าจำชื่อไม่ได้แหะ สั่งพิซซ่ามากินอย่างเดียวก้อกะไร "เอ่อ ขอไฮเนเก้นเหยือกนึงด้วยครับ"
    ซัดกันไปนั่งคุยกันไป กะลังได้ที่เรยย เฮ้ยตีสองจะครึ่งแล้วไปส่งกูที่เกตก่อน
    "เฮ้ย มึงจะรีบไปไหนไปบริหารปอดกันก่อนดิ" "โอเช แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย"
    เสร็จกิจกว่าจะไปถึงหน้าเกตตีสองยี่สิบห้า (เอ๋ ทำไมที่เกตไม่มีคนเรยยวะ)
    สอบถามพนักงานหน้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ "อ่อ เที่ยวบินเลื่อนเป็นตีสองครึ่งคะ ขึ้นเครื่องกันหมดแล้ว"
    เวง ความฉิบหายมาเยือน รีบวิ่งอย่างรวดเร็ว ทุกสายตาจับจ้องอย่างกับเป็นตัวแทนนักกีฬาโอลิมปิกวิ่งคบเพลิง
    ได้ความจากกราวน์หน้าแขกที่รอฉีกตั๋วว่ายังมีอีกคนที่ยังไม่มา(เอาวะอย่างน้อยถึงจะสายแต่ก้อไม่ท้ายสุด)
    ขึ้นเครื่องเราก้อยังได้รับการตอบรับที่ดีอย่างเช่นเคย ทุกสายตาจับจ้องอย่างกับดาราดัง
    ไม่รู้จะทำตัวยังไงได้แต่หันไปบอกกับคนที่นั่งข้างๆอย่างหน้าด้านว่า
    "ผมคนรองสุดท้าย ยังมีอีกคนที่ยังไม่มานะ" (ด้านจริงๆ)