Tor's profileเปลี่ยว..!PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 24

    โตขึ้นอยากเป็นอะไร

    ตอนเด็กๆคนรอบข้างมักชอบถามเราเสมอว่า "โตขึ้นอยากเป็นอะไร"
    ตอนนั้นผมตอบว่า "ผมอยากเป็นหมอ" ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงอยากเป็นหมอ
    หลายคนก็คงมีความฝันในวัยเด็กที่อยากเป้นนู่น อยากเป็นนี่
    หลายคนเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้เป็นอยากที่เคยันเอาไว้ แต่หลายคน(รวมทั้งผมด้วย)ก็อาจจะแตกต่างจากความฝันเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
     
    เมื่อคืนนี้ผมได้ดูรายการโทรทัศน์วาไรตี้รายการหนึ่ง แขกรับเชิญในรายการเป้นเด็กหญิงคนหนึ่ง กับคุณครูของเธอ
    ผมไมได้ดูรายการตั้งแต่ต้นแต่พอจะจับเรื่องราวของเธอได้ว่า
    เด็กสาววัยประถมเป็นลูกคนโตมีน้องๆอีกสามคน พ่อของเธอป่วยเป็นอัมพาตช่วยเลือตัวเองไม่ได้ เธอต้องดูแลพ่อน้องๆ
    พักกลางวันจะนำข้าวที่เหลือจากที่โรงเรียนมาให้พ่อแล้วน้องๆได้กิน ชีวิตเธอนั้นสุดแสนจะเศร้า
     
    วันหนึ่งด้วยความช่วยเหลือของครูของเธอ ทำให้เรื่องราวของเธอได้เผยแพร่ไปในอินเตอร์เน็ตผ่านทางฟอร์เวิร์ดเมล
    เธอได้รับกรช่วยเหลือ จนในขณะนี้มีคนบริจาคเงินให้เธอกว่าล้านบ้าน พ่อและน้องๆของเธอไม่ต้อลำบากอีกต่อไป
     
    ตอนท้ายรายการพิธีกรถามเด็กสาวว่า "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร" เด็กน้อยตอบโดยไม่ต้องคิด
    "หนูอยากเป็นครูคะ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเด็ก เหมือนที่ครูของหนูช่วยครอบครัวหนู"
     
    ผมไม่รู้ว่าในอนาคตโตขึ้นหนูน้อยคนนี้จะได้เป็นครูสมใจหรือไม่
    แต่ที่ผมรู้แน่ๆตอนนี้ก็คือ "เธอเป็นคนดี"
    April 21

    Bhudda Bless

    คงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะเห็นต่างกัน ครั้งหนึ่งเราเคยภูมิใจว่าประเทศไทยนี้แสนวิเศษ
    คนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 (ถ้าความจำด้านประวัศาสตร์ไม่บกพร่อง)
    ไม่ว่าจะศาสนาใดเราก็อยู่กันได้อย่างสงบสุข
     
    แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องทางภาคใต้ ประเด็นศาสนาก็กลับมาเป็นเรื่องให้ถกเถียงกันอีกครั้ง
    เอาหล่ะแต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของผม...
     
    เรื่องที่ผมสนใจตอนนี้กลับเป็นเรื่องศาสนาพุทธ ผมอยากรู้จังว่าถ้าพระพุทธเจ้ายังทรงมีชีวิตอยู่ตอนนี้
    พระองค์จะรู้สึกอย่างไรหนอกับเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เค้าอยากจะให้บรรจุคำว่า "พุทธศาสนาเป็นสาสนาประจำชาติ"
    มีแล้วยังไง ไม่มีแล้วยังไง รัฐธรรมนูญบ้านเรามีมากี่ฉบับ ก็ไม่เคยเห็นมีการใส่คำนี้ เราก็อยู่กันสงบดี มีความสุขดี
    หรือการที่ใส่คำนี้ลงไปจะช่วยให้พระพุทธศาสนาบ้านเราดีขึ้น
     
    วันนี้ผมเปิดหนังสือพิมพ์ มีหน้าโฆษณาสร้างองค์จตุคามรามเทพถึงสี่วัด สี่รุน ก็ลองคิดดูแล้วกันนี่แค่วันเดียวในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว
    พุทธศาสนาของเราทุกวันนี้เป็นอย่างไรทุกคนคงรู้อยู่แก่ใจ หันมาสนใจเรื่องที่จะช่วยให้คนเลิกงมงายในวัตถุ เข้าหาแก่นแท้ของพระศาสนาไม่ดีกว่าหรือ
     
    หากมัวแต่ออกไปประท้วงให้บรรจุคำว่า "พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ลงในรัฐธรรมนูญ ถึงเวลาเค้าบรรจุให้จริง
    และคนยังไปหลงงมงาย ห่างไกลจากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ถึงเวลานั้นคำสวยหรูนี้ก็อาจมีประโยชน์
    เป็นเครื่องยืนยันว่าครั้งหนึ่งประเทศนี้ก็เคยนับถือศาสนาพุทธ ก่อนที่จะกลายมาเป็นลัทธิบูชาวัตถุ
     
    พระพุทธเจ้าคงมิได้ตรัสรู้เผยแผ่พระศาสนาเพียงเพื่อให้ใครไปอ้างว่านี่เป็นศาสนาของฉัน
    พุทธศาสนาอยู่ได้มาสองพันกว่าปี จะคงอยู่ตอ่ไปไม่ได้เลยหรือหากเพียงแค่ไม่ได้ถูก กำหนดว่าเป็นศาสนาประจำชาติไทย
     
    นมัสการพระคุณเจ้า
     
    กลับวัดเถิดเจ้าคะ
    April 18

    เกิดมาทำไม

    เคยมั้ย เวลาเราเจอทางตัน คิดไม่ออก(บางทีขี้ไม่ออกด้วย) มองไปทางไหนก็ดูมีแต่ปัญหา นึกน้อยใจในโชคชะตา
    เรามักจะถามตัวเองว่า "เราเกิดมาทำไม" (หรือบางที "เราเกิดมาเพื่ออะไร") ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีคำถามนี้อยู่ในใจ และจนถึงซักสองสามนาทีก่อนหน้านี้เองที่ผมได้รู้คำตอบ............
     
    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากรู้คำตอบ แล้วใครหล่ะจะให้คำตอบเราได้ดีไปกว่า Google
    ผมเข้าเว็บ google (ไม่ได้เข้าไปเพื่อขอซื้อปาติหานใคร) ผมลอง search "เกิดมาทำไม" ไม่น่าเชื่อจากคำค้นหานี้ มีรายการที่เกี่ยวข้อง 10,900 รายการ สมกับเป็นยุคดิจิตอลจริงๆ หาอะไรก็เจอ
     
    ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป แม้ว่าจะมีรายการให้เลือกอ่านเป็นหมื่น แต่ผมกลับไม่ได้อยากรู้คำตอบของของคำถามนี้อีกแล้ว
    ผมรู้สึกว่า คำถาม"เราเกิดมาทำไม" มันหาคำตอบได้ง่ายแสนจะง่าย(ใช้แค่สามวิ search ใน google ก็เจอแล้ว) แทนที่เราจะมานั่งเสียเวลา คิดหาคำตอบกับคำถามนี้ เราเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่ามั้ย  
     
    คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า "เราเกิดมาทำไม" แต่อยู่ที่ว่า "เรากำลังทำอะไรอยู่" ต่างหาก 
    ไม่ว่าเราจะเกิดมาเพื่ออะไร สิ่งนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา ตัวเราเองต่างหากที่เป็นคนกำหนด ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบไหน
    มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อมีปัญหา แต่เราเกิดมาเพื่อแก้ปัญหาต่างหาก(รึป่าววะ)

    my pic

     
    April 11

    what's going on

    เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้หนอ
    หนังสือพิมพ์มีข่าวฆ่ากันตายทุกวี่วัน ข่มขืนกลายเป็นแฟชั่น รุมโทรม หรอ...เรื่องธรรมดา
    ภาคใต้ก็ไม่เห็นสงบ เดี๋ยวเผลอก็ยิง ปล้น ฆ่า
    เอ้า สุดสัปดาห์ไปม็อบกันหน่อย ชุมนุมบ่อยๆชักไม่เข้าท่า คลื่นใต้นงใต้น้ำ มีกันที่ไหนเล่าคุณขา
    แหมเห็นช่วงนี้เงียบเหงา คดีเก่ายังหาคนวางไม่ได้ บึ้มอีกซักทีเป็นไง เอาให้มันสะใจกันมั้ยหล่ะทีนี้
    เศรษฐกิจก็ตกต่ำ เปลี่ยนคนทำงานก็ยังเหมือนเดิม บาทก็แข็งดอกเบี้ยก็แพง น้ำมันก็แข่งกันขึ้นราคา(แค่ทีละ 40 สตางค์เอง จิ๊บๆ)
    คนกลัดกลุ้มไม่รู้ทำไง ก็แห่กันไปพึ่งจตุคามดีกว่า ออกจากวัดองค์ละสามสิบ ขึ้นแผงองค์ละสามพัน
    ใครหล่ะมันจะไม่สน เหยียบกันตายเรื่องเล็กจิ๊บจ๊อย คนตายช่วงสงกรานต์เยอะกว่าไหนๆ
    เอ ไปอะไรกันน้าเมืองไทย
     
    สงสัยคงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่
     
    จาก"ไทยแลนด์" เป็น "ตายแลนด์" เย้
     
     
     
     
    April 08

    เดี๋ยวก็ชิน

    นานมาแล้วผมมีเก้าอี้ตัวนึง
    เก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้พิเศษ ผมไปหาซื้อเบาะนุ่มๆมาชิ้นนึงเอาไว้รองก้นเวลานั่ง
     
    เวลาผ่านไปเก้าอี้ก็ยังคงอยู่
    แต่เบาะสุดโปรดของเราก้อแปรสภาพกลายไปเป็นของเล่นของน้องแมวจอมซน
     
    ครั้งใดที่นั่งก็ไม่สบายเหมือนเดิม
     
    แต่พอนานเข้า
    ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกสบายที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้เวลามีเบาะรองนั่งมันรู้สึกยังไง
    มันแตกต่างจากตอนไม่มีเบาะบ้างรึป่าว
    อืม.......นึกไม่ออกจริงๆ
     
    หลายครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
    เรามักรู้สึกถึงความแตกต่าง ที่ยากจะยอมรับ(หรือไม่ทีก็ไม่อยากยอมรับ)
    แต่นานเข้าความรู้สึกเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา
    จากความแตกต่างกลายเป็นความเคยชิน
    ก็เท่านั้นเอง...................................................................................