Tor's profileเปลี่ยว..!PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 08

    หน้าแตกครั้งแรกในชีวิต

    หลังจากเครียดมาหลายเรื่องวันนี้มาเรื่องที่ไม่เครียดกันบ้างดีกว่า
    ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยหน้าแตกเลยซักครั้ง
    เหตุมีอยู่ว่า......
     
    บ่ายแก่ๆในวันที่ฝนไม่ตก และอากาศร้อนๆ
    นั่งทำงานไปเรื่อยเปื่อยตามประสา
    ไม่รู้เป็นอะไรรู้สึเหมือนสติไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว
    มือปัดปากกาตงลงจากโต๊ะ กลิ้งไปไม่ไกลแค่มือเอื้อมถึง
    ก้มลงเก็บปากกาโดยไม่ทันระวัง
    หน้าผากเจ้ากรรมโขกมุมโต๊ะ..............เจ็บจริงๆ
    เอามือคลำ คลึงไปคลึงมา
    เอ๊ะ.........ทำไมมันแสบๆวะ
    เฮ้ยเลือดออกนี่หว่า
    หายามาทาด่วน...............................
     
    พึ่งจะรู้วันนี้นี่เองว่าหน้าแตกมันเป็นยังไง
    ไม่ใช่แตกธรรมดา
    แต่เป็นแตกแบบมีเลือดฝาด.......................
    หน้าแตกเลยงานนี้....หน้าผากแตกเลย
     
    May 02

    It's a panda's business (not ur business)

    ตามใจเจ้ป่านหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าใช้เพลง "หมีแพนด้า" แล้วไม่พูดเรื่อง "หมี"
    แต่เรื่องที่จะพูด ไม่ได้จะชวนไปดูหมีที่ไหน หรือมาบอกว่าใครดูแลหมี แต่เป็น "เรื่องของหมี" จริงๆ
     
    "ช่วง ช่วง" และ "หลินหุ้ย" สองหมีแพนด้า ที่ทางการจีนมอบให้ไทย (จริงๆควรจะต้องใช้คำว่าให้ยืทมมากกว่า เพราะเดี๋ยวเค้าก็เอาคืนไป แต่ลูกหมีที่เกิดระหว่างที่อยู่เมืองไทย ทางการจีนเค้าจะยกให้เรา ไม่เอาคืน) อยู่สวนสัตว์เชียงใหม่มาได้สองสามปีแล้ว "ช่วง ช่วง" ดูบ้อท่า ทำไม่เป็น นกเขาไม่ขัน ทั้งๆที่ "หลินหุ้ย" พร้อมแล้วพร้อมอีก ร้อนถึงคน ต้องหาวิธีช่วยเหลือ ทำอย่างไรให้หมีได้เสพสม แล้วก้อได้ไอเดียเอาหนังโป๊ให้หมีดูเป็นไง จะได้ดึ๋งดั๋ง (หนังโป๊เนี่ยเป็นหนังหมีนะไม่ใช่หนังคน) อาจดูแปลกปนสัปดน แต่มีผลการวิจัยจากเมืองจีนเค้ายืนยันว่ามันเวิร์ค
     
    พร่ามมาไกล ยังไม่ได้เข้าเรื่อง เดิมทีว่าจะไม่พูดเรื่องนี้แต่ก็อดไม่ได้ สืบเนื่องจากข่าวหมีๆ คงเป็นเพราะคนให้ความสนใจ คนเล่าข่าวคนหนึ่ง(ตอนเช้าๆช่องสองบวกหนึ่ง)ก็หยิบเอาเรื่องนี้มาพูด อืม ก็แค่ข่าวๆหนึ่ง ทุกช่องก็ออกหมด แต่ที่มันไม่เหมือนช่องอื่นคือพี่แกเล่นเอา "หนังหมี" มาโชว์ให้ดูกันเลย ไม่ได้คิดว่าตัวเองดัจริต(หนังคนอ่ะชอบดู) แต่บอกได้คำเดียวว่า "ทุเรศ" มึงจะเอามาเปิดทำไมวะ ให้มันเป็นเรื่องของหมีไปเถอะ เอาหล่ะถือว่าแกคงคิดว่าทางบ้านอยากดูเพศสัมพันธ์หมี ไม่เป็นไรให้อภัยๆ
     
    เวลาผ่านไปเรื่องของหมีก็เริ่มเงียบไป แต่เมื่อวันก่อนนี้มีเด็ดกว่านั้น ไม่ใช่ "เรื่องของหมี" และเเต่ก็ยังเป็น "เรื่องของสัตว์" อยู่ เรื่องมีอยู่ว่าที่บึงชวาก สุพรรณบุรี มีสิงโตกะเสือเค้ารักกัน อยากมีลูกเป็นลูกครึ่งก็เลยชวนกันมาบรรเลงเพลงรัก ไอ้คนก็สัปดนเสือกเอากล้องไปถ่าย ไม่ใช่ภาพนิ่งนะแต่เป็นวีดีโอ ความยาวเกือบสี่นาที่ คนถ่ายก็ว่าสัปดนแล้วนะ แต่ไอ้คนเล่าข่าวเจ้าเดิม พี่แกเอามาเปิดออกข่าวอีก ให้ดูกันเต็มๆ โจ่งครึ่มกว่า "หนังหมี" เสียอีก เปลี่ยนช่องแทบไม่ทัน พี่แกเล่าไปด้วยความสนุกสนาน หัวเราะต่อกระซิกด้วยอารมณ์รื่นเริง พูดหน้าตาเฉย "มันเป็นเรื่องธรรมชาติ" จริงคับพี่มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่มันเหมาะสมหรือเปล่าที่เอามาออกอากาศ แค่เล่าข่าวก็เพียงพอแล้วรึป่าว
     
    ลองคิดดูว่าถ้าเป็นหนังคนมาเปิด คงโดนแบนแน่ๆ แต่นี่เป็นหนังหมี หนังสิงโต เลยเอามาเปิดให้ดูกันได้งั้นหรอ เอาหล่ะคนที่ดู คนที่เห็นคงไม่ได้เกิดอารมจะไปข่มขืนใคร(หรือสัตว์) แต่ถามว่าเอามาเปิดแล้วได้อะไร ถ้าหมี สิงโต มันพูดได้ มันคงบอกว่า "เรื่องของกู(สัตว์) มึง(คน) มาเสือกอะไร" ถ้ามีคนมาแอบถ่ายตอนเรามีไรกะแฟนแล้วไปเปิดให้คนอื่นดู คุณจะรู้สึกยังไง หรือจะบอกว่านั่นมันคน แต่สัตว์ไม่รู้เรื่องหรอก มันไม่อายหรอก ใช่ผมเห็นด้วยมันไม่อายหรอก แต่คนที่น่าอายน่าจะเป็นคนที่เอามาเผยแพร่ ก็ไอ้ "คน" ที่ไปชอบเสือกเรื่อง "สัตว์"
     
    ปล.เข้ากะเพลงมั้ยเจ้ป่าน
     
     
    April 24

    โตขึ้นอยากเป็นอะไร

    ตอนเด็กๆคนรอบข้างมักชอบถามเราเสมอว่า "โตขึ้นอยากเป็นอะไร"
    ตอนนั้นผมตอบว่า "ผมอยากเป็นหมอ" ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงอยากเป็นหมอ
    หลายคนก็คงมีความฝันในวัยเด็กที่อยากเป้นนู่น อยากเป็นนี่
    หลายคนเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้เป็นอยากที่เคยันเอาไว้ แต่หลายคน(รวมทั้งผมด้วย)ก็อาจจะแตกต่างจากความฝันเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
     
    เมื่อคืนนี้ผมได้ดูรายการโทรทัศน์วาไรตี้รายการหนึ่ง แขกรับเชิญในรายการเป้นเด็กหญิงคนหนึ่ง กับคุณครูของเธอ
    ผมไมได้ดูรายการตั้งแต่ต้นแต่พอจะจับเรื่องราวของเธอได้ว่า
    เด็กสาววัยประถมเป็นลูกคนโตมีน้องๆอีกสามคน พ่อของเธอป่วยเป็นอัมพาตช่วยเลือตัวเองไม่ได้ เธอต้องดูแลพ่อน้องๆ
    พักกลางวันจะนำข้าวที่เหลือจากที่โรงเรียนมาให้พ่อแล้วน้องๆได้กิน ชีวิตเธอนั้นสุดแสนจะเศร้า
     
    วันหนึ่งด้วยความช่วยเหลือของครูของเธอ ทำให้เรื่องราวของเธอได้เผยแพร่ไปในอินเตอร์เน็ตผ่านทางฟอร์เวิร์ดเมล
    เธอได้รับกรช่วยเหลือ จนในขณะนี้มีคนบริจาคเงินให้เธอกว่าล้านบ้าน พ่อและน้องๆของเธอไม่ต้อลำบากอีกต่อไป
     
    ตอนท้ายรายการพิธีกรถามเด็กสาวว่า "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร" เด็กน้อยตอบโดยไม่ต้องคิด
    "หนูอยากเป็นครูคะ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเด็ก เหมือนที่ครูของหนูช่วยครอบครัวหนู"
     
    ผมไม่รู้ว่าในอนาคตโตขึ้นหนูน้อยคนนี้จะได้เป็นครูสมใจหรือไม่
    แต่ที่ผมรู้แน่ๆตอนนี้ก็คือ "เธอเป็นคนดี"
    April 21

    Bhudda Bless

    คงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะเห็นต่างกัน ครั้งหนึ่งเราเคยภูมิใจว่าประเทศไทยนี้แสนวิเศษ
    คนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 (ถ้าความจำด้านประวัศาสตร์ไม่บกพร่อง)
    ไม่ว่าจะศาสนาใดเราก็อยู่กันได้อย่างสงบสุข
     
    แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องทางภาคใต้ ประเด็นศาสนาก็กลับมาเป็นเรื่องให้ถกเถียงกันอีกครั้ง
    เอาหล่ะแต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นของผม...
     
    เรื่องที่ผมสนใจตอนนี้กลับเป็นเรื่องศาสนาพุทธ ผมอยากรู้จังว่าถ้าพระพุทธเจ้ายังทรงมีชีวิตอยู่ตอนนี้
    พระองค์จะรู้สึกอย่างไรหนอกับเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ที่เค้าอยากจะให้บรรจุคำว่า "พุทธศาสนาเป็นสาสนาประจำชาติ"
    มีแล้วยังไง ไม่มีแล้วยังไง รัฐธรรมนูญบ้านเรามีมากี่ฉบับ ก็ไม่เคยเห็นมีการใส่คำนี้ เราก็อยู่กันสงบดี มีความสุขดี
    หรือการที่ใส่คำนี้ลงไปจะช่วยให้พระพุทธศาสนาบ้านเราดีขึ้น
     
    วันนี้ผมเปิดหนังสือพิมพ์ มีหน้าโฆษณาสร้างองค์จตุคามรามเทพถึงสี่วัด สี่รุน ก็ลองคิดดูแล้วกันนี่แค่วันเดียวในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียว
    พุทธศาสนาของเราทุกวันนี้เป็นอย่างไรทุกคนคงรู้อยู่แก่ใจ หันมาสนใจเรื่องที่จะช่วยให้คนเลิกงมงายในวัตถุ เข้าหาแก่นแท้ของพระศาสนาไม่ดีกว่าหรือ
     
    หากมัวแต่ออกไปประท้วงให้บรรจุคำว่า "พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ลงในรัฐธรรมนูญ ถึงเวลาเค้าบรรจุให้จริง
    และคนยังไปหลงงมงาย ห่างไกลจากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ถึงเวลานั้นคำสวยหรูนี้ก็อาจมีประโยชน์
    เป็นเครื่องยืนยันว่าครั้งหนึ่งประเทศนี้ก็เคยนับถือศาสนาพุทธ ก่อนที่จะกลายมาเป็นลัทธิบูชาวัตถุ
     
    พระพุทธเจ้าคงมิได้ตรัสรู้เผยแผ่พระศาสนาเพียงเพื่อให้ใครไปอ้างว่านี่เป็นศาสนาของฉัน
    พุทธศาสนาอยู่ได้มาสองพันกว่าปี จะคงอยู่ตอ่ไปไม่ได้เลยหรือหากเพียงแค่ไม่ได้ถูก กำหนดว่าเป็นศาสนาประจำชาติไทย
     
    นมัสการพระคุณเจ้า
     
    กลับวัดเถิดเจ้าคะ
    April 18

    เกิดมาทำไม

    เคยมั้ย เวลาเราเจอทางตัน คิดไม่ออก(บางทีขี้ไม่ออกด้วย) มองไปทางไหนก็ดูมีแต่ปัญหา นึกน้อยใจในโชคชะตา
    เรามักจะถามตัวเองว่า "เราเกิดมาทำไม" (หรือบางที "เราเกิดมาเพื่ออะไร") ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีคำถามนี้อยู่ในใจ และจนถึงซักสองสามนาทีก่อนหน้านี้เองที่ผมได้รู้คำตอบ............
     
    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากรู้คำตอบ แล้วใครหล่ะจะให้คำตอบเราได้ดีไปกว่า Google
    ผมเข้าเว็บ google (ไม่ได้เข้าไปเพื่อขอซื้อปาติหานใคร) ผมลอง search "เกิดมาทำไม" ไม่น่าเชื่อจากคำค้นหานี้ มีรายการที่เกี่ยวข้อง 10,900 รายการ สมกับเป็นยุคดิจิตอลจริงๆ หาอะไรก็เจอ
     
    ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป แม้ว่าจะมีรายการให้เลือกอ่านเป็นหมื่น แต่ผมกลับไม่ได้อยากรู้คำตอบของของคำถามนี้อีกแล้ว
    ผมรู้สึกว่า คำถาม"เราเกิดมาทำไม" มันหาคำตอบได้ง่ายแสนจะง่าย(ใช้แค่สามวิ search ใน google ก็เจอแล้ว) แทนที่เราจะมานั่งเสียเวลา คิดหาคำตอบกับคำถามนี้ เราเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจะดีกว่ามั้ย  
     
    คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า "เราเกิดมาทำไม" แต่อยู่ที่ว่า "เรากำลังทำอะไรอยู่" ต่างหาก 
    ไม่ว่าเราจะเกิดมาเพื่ออะไร สิ่งนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา ตัวเราเองต่างหากที่เป็นคนกำหนด ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบไหน
    มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อมีปัญหา แต่เราเกิดมาเพื่อแก้ปัญหาต่างหาก(รึป่าววะ)

    my pic

     
    April 11

    what's going on

    เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้หนอ
    หนังสือพิมพ์มีข่าวฆ่ากันตายทุกวี่วัน ข่มขืนกลายเป็นแฟชั่น รุมโทรม หรอ...เรื่องธรรมดา
    ภาคใต้ก็ไม่เห็นสงบ เดี๋ยวเผลอก็ยิง ปล้น ฆ่า
    เอ้า สุดสัปดาห์ไปม็อบกันหน่อย ชุมนุมบ่อยๆชักไม่เข้าท่า คลื่นใต้นงใต้น้ำ มีกันที่ไหนเล่าคุณขา
    แหมเห็นช่วงนี้เงียบเหงา คดีเก่ายังหาคนวางไม่ได้ บึ้มอีกซักทีเป็นไง เอาให้มันสะใจกันมั้ยหล่ะทีนี้
    เศรษฐกิจก็ตกต่ำ เปลี่ยนคนทำงานก็ยังเหมือนเดิม บาทก็แข็งดอกเบี้ยก็แพง น้ำมันก็แข่งกันขึ้นราคา(แค่ทีละ 40 สตางค์เอง จิ๊บๆ)
    คนกลัดกลุ้มไม่รู้ทำไง ก็แห่กันไปพึ่งจตุคามดีกว่า ออกจากวัดองค์ละสามสิบ ขึ้นแผงองค์ละสามพัน
    ใครหล่ะมันจะไม่สน เหยียบกันตายเรื่องเล็กจิ๊บจ๊อย คนตายช่วงสงกรานต์เยอะกว่าไหนๆ
    เอ ไปอะไรกันน้าเมืองไทย
     
    สงสัยคงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่
     
    จาก"ไทยแลนด์" เป็น "ตายแลนด์" เย้
     
     
     
     
    April 08

    เดี๋ยวก็ชิน

    นานมาแล้วผมมีเก้าอี้ตัวนึง
    เก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้พิเศษ ผมไปหาซื้อเบาะนุ่มๆมาชิ้นนึงเอาไว้รองก้นเวลานั่ง
     
    เวลาผ่านไปเก้าอี้ก็ยังคงอยู่
    แต่เบาะสุดโปรดของเราก้อแปรสภาพกลายไปเป็นของเล่นของน้องแมวจอมซน
     
    ครั้งใดที่นั่งก็ไม่สบายเหมือนเดิม
     
    แต่พอนานเข้า
    ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกสบายที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้เวลามีเบาะรองนั่งมันรู้สึกยังไง
    มันแตกต่างจากตอนไม่มีเบาะบ้างรึป่าว
    อืม.......นึกไม่ออกจริงๆ
     
    หลายครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
    เรามักรู้สึกถึงความแตกต่าง ที่ยากจะยอมรับ(หรือไม่ทีก็ไม่อยากยอมรับ)
    แต่นานเข้าความรู้สึกเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา
    จากความแตกต่างกลายเป็นความเคยชิน
    ก็เท่านั้นเอง...................................................................................
    October 17

    puppy love2

    "สองปีแล้วสินะที่เราไม่ได้เจอกัน" เป็นคำพูดแรกที่ออกจากปากของเธอ
     
    วันนี้หลังสอบเสร็จไปกินข้าวกับสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง
    เรารู้จักกันมานานมากแล้วหล่ะคับตั้งแต่สมัยมัธยม หกปีผ่านไปรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
    ในความรู้สึกผมเหมือนกับว่าพึ่งได้รู้จักเธอไม่นานนี้เอง
    เรานัดกันเอาไว้ว่าวันนี้ 5 โมงหลังผมสอบจะไปกินข้าวกัน
     
    3โมงครึ่ง
    มองไปที่หัวข้อสอบเฮ้ยไมให้เวลาแค่สี่โมงวะ นึกว่าถึงห้าโมงซะอีก
    เวร..........เหลืออีกข้อนึง เอาวะ....................................
     
    4โมง 
    ฮ้อ..เกือบไม่ทันเสร็จจนได้
    เต่เอ๊นัดไว้ 5 โมงนี่หว่า เอาไงดีวะโทรไปก่อนแล้วกัน
    เธอยังมาไม่ถึง อืมไม่เป็นไรไปรั่งเล่นห้อง คน. กะพวกปลัดรอก้อได้วะ
    (นึกขึ้นได้จริงเค้าสอบสามชั่วโมงมันก้อคือ บ่ายโมงถึงบ่ายสี่ ดันไปจำว่าถึงห้าโมงซะงั้น)
     
    5โมง
    ผมเห็นเธอเดินมาแต่ไกล ในใจแอบตื่นเต้น 2 ปีเธอจะเปลี่ยนไปขนาดไหนกันนะ
    เสื้อสีชมพู(สีโปรดเธอหล่ะ) เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้เธอดูสดใสและยังน่ารักเหมือนเดิม
    "หิวมั้ย ไปกินข้าวกัน" 
     
    เรามานั่งกินข้าวกินที่ร้านท่าพระจันท์(ตอนแรกกะจะไปอะควาแต่น้ำดันท่วมซะนี่)
    ผมชวนเธอคุยถึงเรื่องราวต่างๆมากมาย อัพเดพข้อมูลของกันและกัน
    เธอช่างไม่เปลี่ยนไปเลยในความรู้สึกของผม ที่นั่งอยู่ตรงหน้ายังเป็นเด็กน่ารักในชุดนักเรียนมี่ดูสดใส
    เหมือนวันแรกที่เราพบกัน ผมยังจำประโยคแรกที่เธอพูดกับผมได้ดี "เล่าเรื่องตลกให้ฟังหน่อยสิ"
    จากวันนั้นถึงวันนี้หกปีที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
     
    6โมง
    ไปนั่งกินไอติมกันต่อที่สเวนเซ้น
    ผมชอบรอยยิ้มของเธอจริงๆ รอยยิ้มที่มีลักยิ้มตรงมุมปาก
    โอ้วพระเจ้า เธอน่ารักจริงๆ ในหัวมีแต่เพลงของเสก
    "เธอทำให้ชั้นรู้สึกเหมือนตอนสิบสี่..............ตอนที่ชั้นมีแฟนคนแรก"
     
    1 ทุ่ม
    ช่วงเวลาที่มีความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว
    ผมเดินไปส่งเธอขึ้นรถแท๊กซี่ ในใจได้แต่หวังว่าเราจะได้พบกันอีก
    นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่ได้รู้สึกดีอย่างนี้ มันเป็นความรู้สึกอิ่มๆ
    เหมือนครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสไอติมตอนเป็นเด็ก
    เพียงแต่ว่าเมื่อเราโตขึ้นก้อไม่กินมันบ่อยเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว....................
     
     
    October 14

    puppy love

    ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดี กับสมาชิกแก๊งสามช่า ที่ตกลงปลงใจไปใช้ชีวิตกับเพื่อนสนิท
    และเป็นแรงบันดาลใจให้เกดิบล็อคนี้ ปล.ขอให้น้องเค้าหายเร็วๆนะ
     
    ตอนนี้เลยเหลือแค่ โหน่ง-เท่ง นักเลงภูเขาทอง
     
    เดือนหน้าพี่ผมจะแต่งงาน แกเลยไปรื้อรุปเก่าๆคงจะเอามาตกแต่งบรรยากาศในการ ประมาณนั้น
    มานั่งดูรูปสามพี่น้องสมัยเด็กๆฮาดี  รื้อไปรื้อมา เจอกล่องกระดาษใบหนึ่งเปิดออกดู
    อุ้ย มันเป็นกล่องใส่จดหมายรักตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา ประเมินค่ามิได้ มีทั้งบทบู้ล้างผลาญ ตบจูบ หวานซึ้ง น้ำเน่า และตลกร้าย
    มานั่งอ่านดู เฮ้ยกูทำไปได้ยังไงวะ แม่งปัญญาอ่านจริง งอนกันเรื่องไม่เข้าเรื่อง ฮาดี
    เทจดหมายออกมาจากกล่อง มีรูปรูปนึงปะปนอย่ในกองนั้น
    เห็นเธอแวบแรกใครวะจำชื่อไม่ได้
    พลิกดูด้านหลัง
     
    "To...P'ต่อ   เก็บรูปนี้ไว้เถอะนะ ถึงมันอาจจะไม่มีคุณค่า, ความหมายกับพี่ต่อ
    แต่อย่างน้อยแต่เราก็เคยสนุก มีความสุขมีความรู้สึกดีต่อกันนะ เอ้างี้!ปีหน้าม.6ก็ตั้งใจนะจะ Ent' แล้วโชคดีค่ะ
    P.S. เก็บรูปนี้ไว้นะ วันใดวันหนึ่งมันอาจมีค่าก็ได้นะ
    From...N'.....
     
    ผมขอไม่ใส่ชื่อน้องเค้าแล้วกันนะครับ
    บอกตามตรงผมจำเรื่องราวระหว่างผมกับเธอไม่ได้เลย ผมพยายามหาจดหมายที่อยู่ในกองนั้น
    ไม่มีสักฉบับเลยที่เป็นของน้อง..ที่เขียนถึงผม หรือที่ผมเขียนหาเธอ
    มีแต่ของจดหมายของอดีตชีวิตรักวัยเด็กคนอื่นๆของผม
     
    เกิดอะไรขึ้นผมไม่รู้
    ผมรู้แต่เพียงว่าเมื่อผมได้อ่านข้อความนั้น มันมีความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
    เธอจะเป็นยังไงบ้างนะตอนนี้ เธอจะยังจำผมได้รึป่าวแล้วถ้าเจอกันผมจะจำเธอได้รึป่าว
    "เก็บรูปนี้ไว้นะ วันใดวันหนึ่งมันอาจมีค่าก็ได้นะ"
    เธอพูดถูกมันมีค่าจริงๆ
     
    October 10

    สิวในหู

    ตื่นมาตอนบ่ายๆ (ไมกูนอนได้เยอะอย่างนี้วะเนี่ย) ล้างหน้างแปรงฟัน อาบน้ำ..............อ้า สดชื่น
    เช็ดตัว เช็ดหัว เช็ดหู โอ้ย....เจ็บฉิบหาย ส่องกระจกดู อุ้ยกูมีสิวในหูขวา ย้ำสิวในหู
    ที่อื่นมีให้ขึ้นเยอะแยะไม่ไปขึ้นมาขึ้นในหู เซงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
     
    เปิดทีวีดูข่าว โหน้ำท่วมที่นั่น น้ำท่วมที่นี่ ท่วมกันเป็นแฟชั่นไปแล้ว
    มีข่าวนึงประหลาดบอกว่ามีชายคนนึงเดินลุยน้ำท่วมขนาดเอว เดินไปเดินมาปวดตูดจี๊ดๆ
    ไปหาหมอ โอ้วจอซ ปลิงเข้าไปในตูด!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    หมอเลยใช้ที่คีบ คีบออกมา(ไม่อยากจะคิดภาพเลย แต่นึกทีไรเสียวตูดยังไงไม่รู้)
     
    โอ้ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
    สิวในหูกูกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย
    October 04

    กูก้อกลัวมึงเหมือนกัน

    ใกล้สอบเข้าไปเต็มที แต่เราก็ยังอ่านหนังสือไม่ถึงไหนซะที อะไรกันนี่ แล้วทำไมกูต้องลงท้ายตัวสระ อี
     
    คืนก่อนนั่งอ่านหนังสืออย่างเคร่งเครียด
    โอ้ย.......................อ่านไม่รู้เรื่องเลยวุ้ย
    ไปออกกำลังกายปอดดีก่า
    เดินออกไปที่ระเบียง เวลาประมาณตีสอง มือซ้ายถือคบเพลิง มือขวาถือโอสถ
    "ขณะนี่ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์แล้ว ข้าพเจ้าขอจุดไฟคบเพลิงเปิดการแข่งขัน การออกกำลังกายปอดแห่งชาติครั้งที่.........."
    ซี้ด.....ปุ๋ย อืม.........
     
    ถึงครึ่งทางของการแข่งขัน มันช่างเป็นคืนที่เงียบสงบ(ก้อปาเข้าไปตีสองแล้วไอ้ห่า)
    เริ่มมีความรู่สึกแปลกๆ หางตาซ้ายรู้สึกเหมือนโดนคนจ้องมอง
    ผมหันไปด้วยความรวดเร็ว สิ่งที่เห็นคือหัวคน เพศหญิง ผมยาวดำปกหน้า
    เธอค่อยๆหันมาเมื่อสายตาเราเจอกันเธอกรี๊ดร้องด้วยความตกใจ (กูก้อตกใจมึงเหมือนกัน)
    ทันใดนั้นเธอก้อหายไปอย่างรวดเร็ว
    จริงๆแล้วคือคนข้างห้องประมารว่าออกมาทำ(ห่า)ไรไม่รู้ที่ระเบียง
    เรื่องมันไม่จบแค่นั้นน่ะสิ......................................
     
    ผมออกกำลังกายต่อโดนไม่สนใจ ซักพักได้ยินเหมือนคนกระซิบกระซาบกัน
    ผมหันกลับไปที่แหล่งกำเนิดเสียง อืมใช่ อีห้องข้างๆนั่นแหละ
    คุณเธอไปชวนเมทออกมาดูผมซะงั้น ผมหันจังหวะเดียวกับที่เฮลเมท (Hell mate: ตั้งให้เลย)ยื่นหน้าออกมา
    เกิดอะไรขึ้นนะหรือคับ เหมือนรอบแรกแต่คราวนี้มันตกใจกันทั้งคู่เลย แล้วก้อยื่นหน้ากลับเข้าห้องไป
    "มึงเห็นกูเป็นตัวประหลาดหรือไงฟะ" ผมคิด
    ไฟใกล้มอด ไปดีก่า....................ซี้ด...ปุ๋ย จบไป
     
    September 14

    น้องเปิ้ล........มาแว้ว

    มีคนเคยบอกผมว่า
    "แฟน ถ้าอยากมีมันจะไม่มา แต่เมื่อไรเฉยชิวๆ อยู่ดีๆไม่ก็จะมาเอง"
    อืม นี่ก็นิ่งมาพักใหญ่ไม่เห็นมีใครเข้ามาซะที
    หรือว่าเรายังนิ่งไม่พอ............
     
    หลังจากรอยิ้มครั้งก่อนที่น้องเปิ้ลฝากไว้
    เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย.............
     
    วันนี้เพื่อนเก่าสมัยมัธยมโทรมา
    คุยกันอยู่นาน สุดท้ายมันถามว่ามีแฟนยัง
    "บราๆๆ.................."
    "ว่างอยู่ว่ะ มีไรดีหรอ"
    "อืม เพื่อนกูน่ารักดีสนมั้ย"
    "น่ารักแล้วไมมึงไม่จีบวะ"
    "กูไม่มีปัญญาจีบ"
    "อ่อ" "ชื่อไร"
    "เปิ้ล" (คนละเปิ้ลกับที่ผมเจอนะ)
    "หึม!!!!!"
    "จบแล้ว ศรีปทุม(ที่เดี่ยวกับที่มันไทร์ตัวเองออกมา)"
    "อืม น่าสนเอาเอ็มมาแล้วกัน"
    "บราๆๆ.............."
     
    งานนี้บอกได้คำเดียวว่า น้องเปิ้ล..........มาแว้ว
    แต่อนาคตจะเป็นอย่างไรเอาไว้จะเล่าให้ฟัง
     
    September 10

    ยิ้ม.......ทำไม

    อืมหลังจากคราวที่แล้ว
    ดู "อยากเป็นมากว่าแอ๊ปเปิ้ล" จะได้รับการตอบรับดีพอสมควร
    พอดีตอนน้มีความคืบหน้าเลยเอามาเล่าให้ฟัง
    จริงๆเรียกว่าความ "คืบหน้า" คงม่ถูก เรียกว่าความ "ขายหน้า" จะดีกว่า
    เหตุการณ์มันพึ่งจะผ่านไปซักสามนาทีนี้เอง..................................
     
    คงไม่ต้องบอกว่าเรื่องอะไร......ก้ออย่างที่คิดนั่นแหละ "น้องเปิ้ล"
    นี่ก้อเป็นอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เจอน้องเปิ้ลอีกเลย
    ไม่รู้ว่าเทอสุขสบายดีรึป่าว หรือว่าย้ายไปแล้ว
     
    ไม่หรอกเทอยังอยู่................
    วันนี้ว่างๆเลยลงมานั่งเล่นเน็ตโถงข้างล่าง
    นั่งโต๊ะตัวเดิม ตัวเดียวกับที่เทอเคยนั่ง
    โดยแอบหวังเอาไว้เล็กๆว่า.........เทอจะผ่านมา
     
    และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
    นขณะที่กำลังให้เพื่อเก่า(Google) เสริซหาอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯปี 95 จะเอาไปทำเคส
    ระหว่างที่พี่เค้ากำลังหาอยู่เราก้อละสายตาหันไปมองรอบตัว
    ทันใดนั้นเอง...........เฮ้ย.....เฮ้ย..เฮ้ย
    น้องเปิ้ลนี่หว่า.............สวยมาเลย เดินสวยมาเลย
    ผมยังจำรอยยิ้มของเทอได้ดี เทอเดินมากับเพื่อนผู้ชายหนึ่งคน (หวังว่าคงเป็นแค่เพื่อน)และเพื่อนผู้หญิงอีกสองคน
    ดูพวกเค้าคุยกันสนุกสนาน หัวเราะกัน โอ้ว.....เทอยิ้มอีกแล้ว........แม่ง.สุดยอด..!!!
     
    ทำไงดีวะกูคราวนี้....ร้อยแปดพันวิธีวนเค้ามาในสมองภายในเสี้ยววินาที
    เทอเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆๆ
    ใกล้ขึ้นๆ.........จนผมทำอะไรไม่ถูก พอเทอเดินผ่านโต๊ะที่ผมนั่งอยู่
    ผมเงยหน้าไปสบตา เทอมองกลับมาแล้วยิ้มๆ ผมหลบตาจากเทอ
    เฮ้ย.........ยังไง
    ยิ้มให้ใครวะ........ยิ้มให้กูรึป่าว
     
    ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ผมตัดสินใจลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เทอและเพื่อนหยุดชะงักมองผมอย่างตกใจ ผมยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก
    .
    .
    .
    อาการปอดกัดกินหัวใจ
    ทันใดนั้นเองผมเอื้อมมือไปขว้าเม้าส์ขึ้นมาดู แล้วก้มหน้าทำเป็นเม้าส์เสีย เคาะๆๆหน่อยให้สมจิง
    .
    .
    .
    เทอและเพื่อเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    ผมได้แต่ยืนเก้ๆกังๆไม่รู้จะทำยังไงดี
    ผมแอบหันมาตามหลังเทอไป เทอเดินเค้าไปในลิฟท์กับเพื่อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    กระจกในลิฟท์สะท้อนภาพเห็นผมอยู่ในนั้น
    เราสบตากันในกระจกบานนั้นประมาสามวินาที่.......เทอยิ้ม
    แล้วประตูลิฟท์ก้อปิดลง
    .
    .
    .
    เทอยิ้มทำไม..........เทอยิ้มให้ผมรึป่าว
    หรือเทอขำที่ผมทำตัวประหลาดๆ
    เฮ้อ......"ขายหน้า" จริงๆ
    ทำไมน้า เจอกันทีไรฟ้าไม่เป็นใจซะที
    อย่าให้รู้นะว่าอยู่ห้องไหน..........หึม!!!!!
     
     
     
    September 01

    อยากเป็นมากกว่า..................แอ๊บ+เปิ้ล

    เอาหล่ะว่าจะไม่เอาเรื่องนี้มาลง แต่ถึงลงก้อคงจะไม่เปนไร
    (เพราะเท่าที่ดู ก้อมีคนอ่านบล็อคนี้แค่ 2 คน(55555!!?))
     
    เกริ่น: 
           ผมแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง..........เธอชื่อเปิ้ล
    (เป็นชื่อที่ผมตั้งขึ้นเอง) ครั้งแรกที่ผมเจอเธอ คงจะประมาณซักเดือนที่แล้ว
    บ่ายวันนั้นผมเดินออกมาจากลิฟท์ เธอนั่งอยู่ที่โถงด้านล่าง ตาจดจ่อที่โน้ตบุ๊คยี่ห้อแอปเปิ้ล
    ซึ่งมันเป็นสิ่งที่แตะตาผม ผมจ้องไปที่โน้ตบุ๊คตัวนั้น "แม่งสวยว่ะ"
    แต่เมื่อตาผมมองขึ้นมาเห็นใบหน้าของเธอ "โอยแม่งสวยกว่าอีกว่ะ..........ซี้ด"(จริง ๆ ไม่ได้ซี้ดหรอก)
    ตากลมโตดูสดใส แค่ผมลองคิดภาพเธอเวลายิ้ม "อื้ม บรรยายกาศรอบข้างคงดีขึ้น 25%".......................
    ผมเดินผ่านเธอไป
    เมื่อไปถึงมหาลัย ผมเข้าเรียนวิชาตอนบ่าย"โอ้ย น่าเบื่อหว่ะ............."
    ในขณะที่จิตหลุด ภาพเปิ้ลก้อลอยมา "ขาว..........ซี้ด" (อันนี้ซี้ดจริง)
    อืมโดน.........ให้ไปเลยหนึ่ง
     
    หลายวันผ่านไปผมเมื่อเวลาผมเดินผ่านโต๊ะตัวที่เปิ้ลเคยนั่ง ผมมั่งจะหันไปมองโดยที่หว้งว่าจะได้เจอเธออีก.................
     
    และอีกหลายวันก็ผ่านไป เปิ้ล..........ก็ไม่กลับมา
     
    เอาหล่ะจบและ.............................................................
    (ล้อเล่น)
     
    ภาคสอง
    ผมเริ่มหมดความรู้สึกกระตือรือร้นที่จะค้นหาว่าเธอเป็นใคร แต่แล้วโชคชะตาก้อเล่นตลก
    มันเป็นเช้าวันจันท์ที่แสนจะง่วง ต้องรีบตื่นเพราะวันนี้มีพรีเซ้นต์งานเซคเช้า
    ผมลงลิฟท์มาจากชั้นห้า...............ติ้ง.....ลิฟท์หยุดที่ชั้นสามแล้วเปิดออก
    ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในลิฟท์ (คิดว่าเป็นเปิ้ลใช่มั้ยหล่ะ ป่าวหรอกใครก้อไม่รู้)
    พอลิฟท์ลงมาที่ชั้นหนึ่งผมกดปุ่มให้ลิฟท์เปิดค้างไว้เธอเดินออกไปก่อน
    ในขณะที่ผมกำลังจะเดินตามออกไป ก้อมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาในลิฟท์
    ช่ายแล้ว เปิ้ลนั่นเอง
    ด้วยความตื่นเต้นผมไม่รู้จะทำยังไงก้อเลยเดินออกมาจากลิฟท์โดนไม่ได้แม้แต่จะทัก
    เมื่อประตูลิฟท์ปิดลงผมหันกลับไปมองที่จอแสดงชั้นที่ลิฟท์ไปหยุด
    ติ้ง..........จอดชั้นสี่ "เอาหล่ะโว้ยอย่างน้อยกูก่อรู้ละว่าเค้าอยู่ชั้นสี่"
    จากนั้นผมก้อเดินทางไปมหาลัยในใจก้อคิดต่างๆนาๆ
    "ทำไงดีน๊า ถึงจะได้รู้จักน้องเปิ้ล"
     
    ภาคสาม
    หลังจากเช้าวันนนั้น อีกสองวันต่อมาผมเจอเธออีกครั้งเย็นวันพุธ
    ผมกลับมาจากมหาลัย เธอนั่งที่โต๊ะตัวเดิม กับโน้ตบุ๊คเครื่องเดิม
    ผมคิดในใจว่าต้องทำอะไรซักอย่าง..........................
     
    $
    ผมเดินเข้าไปหาเธอ ส่งยิ้มให้เธอแล้วถามเธอว่า "เอ่อ ตรงนี้มีคนนั่งมั้ยคับ(ชี้ไปตรงเก้าอี้ที่ว่าง)"
    "ไม่มีคะ" เธอตอบ (เสียงเธอเพราะจัง) ผมลากเก้าอี้มานั่งด้านตรงข้ามกลับเธอ
    ผมหยิบชีทเรียนขึ้นมาทำเป็นนั่งอ่านมัน แต่สายตาก้อแอบมองเธอและคิดอยู่ว่าจะทำยังไงต่อไปดี
    ผมรวบรวมความกล้าก่อนที่จะถามเธอไปว่า "มีลิควิดมั้ยคับ" เธอตอบว่า"ไม่มีคะ"
    "ผมก้อรู้อยู่แล้วว่าไม่มี แต่แค่อยากหาเรื่องชวนคุยอ่ะคับ"
    เธอยิ้ม ผมยิงต่อ"อืม โน้ตบุ๊คสวยนะครับ คงจะแพงน่าดู"
    "อ่อ แม่ซื้อให้น่ะคะไม่รู้แพงมั้ย" "อยู่ตึกนี้เหมือนกันหรอคับ ผมชื่อต่อครับอยู่ทำมะสาด........."
    หลังจากนั้นเราก้อคุยกันอย่างออกรส
    ก่อนที่ผมจะขอเบอร์มือถือและเลขห้องของเธอ
    $
     
    ฮิ ฮิ นั่นคือสิงที่ไม่ได้เกิดขึ้น
     
    ความจริง
    หลังจากเช้าวันนนั้น อีกสองวันต่อมาผมเจอเธออีกครั้งเย็นวันพุธ
    ผมกลับมาจากมหาลัย เธอนั่งที่โต๊ะตัวเดิม กับโน้ตบุ๊คเครื่องเดิม
    ผมคิดในใจว่าต้องทำอะไรซักอย่าง..........................
     
    ในขณะที่ผมกำลังจะเดินเข้าไปคุยกับเธอมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา
    ท่าทางคงจะสนิทสนมกันพอสมควร มันดันเสือกมานั่งตรงโต๊ะเดียวกับเธอ
    (ตายห่าเสร็จกัน แม่ง................)
    ผลสรุปผมก้อยังไม่ได้คุยกะเธอซะที
    ก้อได้แต่รอวันที่ฟ้าเป็นใจ.......................ผมก้อแค่อยากเป็นมากกว่าคนที่ แอ๊บ ชอบน้อง เปิล
    August 29

    when a dog said "I eat sh_t for living"

    ชีวิตช่างเงียบเหงาจัง โทรศัพท์เงียบตลอดวัน ไม่มีใครโทรมาและไม่รู้จะโทรหาใคร
    มีแต่งานกับสอบ แค่นี้ก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้คิดอย่างอื่น
    อยากจะให้ชีวิตมันยุ่งเหมือนกันพักนี้
    คงต้องหาใครมาช่วยสักที...................
     
    มีเหมือนกันนะที่ผ่านมา
    แต่.....ก็ผ่านไป
     
    เคยแอบคิดเหมือนกันว่าชีวิตเราช่างไม่ตื่นเต้นเอาซะเลย
     
    แต่พอหันไปเห็น หมาตัวหนึ่งกำลังกินขี้เด็ก
    แอบคิด "เด็ก เหี้ยไรวะไม่ไปเข้าห้องน้ำมานั่งขี้ตรงนี้"
    เด็กขี้เสร็จขี้ยังไม่ทันแห้ง
    หมาตัวหนึ่งวิ่งมากินขี้ อย่างเอร็ดอร่อย ย้ำอย่างเอร็ดอร่อย
    แอบคิด "มันคงจะอร่อยน่าดู มึงไม่มีอะไรจะกินแล้วหรอ"
     
    หมาน้อยหันมาทำหน้าดูถูกทำหน้าเหมือนจะบอกว่า
    "I eat sh_t for living, Do u hav a problem with that? "
    "โทดทีคับพี่หมาผมไม่ได้ตั้งใจดูถูก"
     
    กลับมาคิดอีกทีชีวิตเราดีกว่าหมาเป็นไหนๆ
    อย่างน้อย............ก็ไม่ต้อง eat sh_t for living จริงมั้ย???
     
     
     
    August 21

    Meaning of "Life"

    Life
    n. pl. lives (lvz)
      1. The property or quality that distinguishes living organisms from dead organisms and inanimate matter, manifested in functions such as metabolism, growth, reproduction, and response to stimuli or adaptation to the environment originating from within the organism.
      2. The characteristic state or condition of a living organism.
    1. Living organisms considered as a group: plant life; marine life.
    2. A living being, especially a person: an earthquake that claimed hundreds of lives.
    3. The physical, mental, and spiritual experiences that constitute existence: the artistic life of a writer.
      1. The interval of time between birth and death: She led a good, long life.
      2. The interval of time between one's birth and the present: has had hay fever all his life.
      3. A particular segment of one's life: my adolescent life.
      4. The period from an occurrence until death: elected for life; paralyzed for life.
      5. Slang. A sentence of imprisonment lasting till death.
    4. The time for which something exists or functions: the useful life of a car.
    5. A spiritual state regarded as a transcending of corporeal death.
    6. An account of a person's life; a biography.
    7. Human existence, relationships, or activity in general: real life; everyday life.
      1. A manner of living: led a hard life.
      2. A specific, characteristic manner of existence. Used of inanimate objects: “Great institutions seem to have a life of their own, independent of those who run them” (New Republic).
      3. The activities and interests of a particular area or realm: musical life in New York.
      1. A source of vitality; an animating force: She's the life of the show.
      2. Liveliness or vitality; animation: a face that is full of life.
      1. Something that actually exists regarded as a subject for an artist: painted from life.
      2. Actual environment or reality; nature.

    adj.
    1. Of or relating to animate existence; involved in or necessary for living: life processes.
    2. Continuing for a lifetime; lifelong: life partner; life imprisonment.
    3. Using a living model as a subject for an artist: a life sculpture.
    August 20

    Valentine Card

    A guy sticks his location,
    In a girl's destinstion,
    To increase the population,
    For the next generation.
    Do you get my explanation?
    Or do you need a demonstration?
    August 19

    วันช็อคโลก

    เฮอๆๆ
    วันนี้ช็อคซีนีม่า
    เริ่มด้วยช่วงคำลิเวอร์ห่วยแตกเสมอเชฟยู 1-1
    กรูหล่ะเซ็ง
    ไม่รู้มันเอาส้นตีนไรเล่น
    แม่งราฟาผ่าทีมซะงั้นขนตัวซังกะบ๊วยลงเล่น
    ย้ำ เซร็งงงงงงงงงงง
    ต่อมาอาการช็อคยังไม่หาย
    อาเซเสมวิลล่าอีก 1-1
    พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
    อาเซบุกแทบตายยิงไม่นับ 5555
    เสมอซะงั้น
     
    ยัง.........ยังไม่หมด
     
    เปิดดูอคาเดมี่
    สามคนปากเหว ตูน ก้อ มิ้นท์
    ตูน.......ออกครับท่านผู้ชม
    งงกันไปหล่อขนาดนี้ยังออกได้
    นับว่าสวรรมีตาแล้วที่น้องมิ้นท์ของเรายังอยู่
    5555555
     
     
    August 18

    เอาไรมากชีวิต

    สอบเสร็จไปตัวนึงละ
    เหนื่อยชิหายเลย.........เฮ้อยังเหลืออีกตัวสอบตั่งวันที่ 1 แน่ะ
    เหมือนจะนาน
    แต่แม่งโครดดดดดยากเลย
    ย้ำ..โครดยาก
    แอบเซ็งนิดๆ
    ออกมาจากห้องสอบ
    เอ๊ะไมคำตอบเรามันไม่เหมือนคนอื่นวะ
    หรือว่ากูผิด....อืม
    มองในแง่ดีกูอยาจจะถูกคนเดียวก้อได้ 55555
    (เข้าข้างตัวเองชิหายเลย)
    superego: เฮ้อ....................ไปอ่านหนังสือได้แล้ว
    id: เฮ้ยเด๋วก่อนดิ....พักเหนื่อยก่อน
    superego: ยังมีงานอื่นต้องทำอีกนะ 412ส่งวันจันท์ทำยัง
    id: นัดเพื่อนแล้วทำเอาเสาร์ พรุ่งนี้ค่อยอ่านน่า
    superego: อ่าวพรุ่งนี้ทำ BA นะ
    id: เออจิงว่ะ..........งั้นเริ่มอ่านวันอาทิดเลยละกัน
    superego: เอาอีกแล้วนะมึง
     
    ego: เมื่อไรมึงจะเลิกทะเลาะกันวะ เอางี้วันนี้พักก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกทีโอเค!!!!!!!